บล็อก

เพราะการแบ่งปันความรู้คือหัวใจของความสำเร็จ

ติดตามข่าวสาร รีวิว และ การวิเคราะห์เชิงลึกของ ซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น และ เทคโนโลยีได้ที่นี่
Robinhood.001

SCB จะได้อะไรจากการเปิดตัว Robinhood

เป็นที่ฮือฮากันพอสมควรกับการเปิดตัว "Robinhood" Food Delivery Platform ที่ใครจะคิดว่าธนาคารรายใหญ่อย่าง SCB จะกระโดดลงมาลุยในเกมส์การแข่งขันที่ดุเดือดนี้ "Robinhood" อยู่ภายใต้การดูแลของ Purple Ventures บริษัทใหม่ในเครือ SCB 10X บริษัทย่อยของ SCB ที่เป็นหน่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆเพื่อต่อยอดให้กับองค์กรอย่าง SCB เจ้าของเดียวกันกับ SCB Abacus และ Digital Venture

โดยแพลตฟอร์มนี้จะเริ่มให้บริการในส่วนของการขนส่งอาหารให้กับร้านค้าขนาดเล็ก (SME) โดยมีจุดเด่นคือ

  • ไม่เก็บค่าธรรมเนียม (GP)
  • การไม่เก็บค่าสมัคร
  • การจ่ายเงินตรงสู่บัญชีร้านค้าภายใน 1 ชั่วโมง

โดยในช่วงแรกจะจับมือกับ Partner ผู้ให้บริการขนส่งอย่าง Scootar ซึ่งปัจจุบันเป็นให้บริการในส่วนของการส่งเอกสารและพัสดุเป็นหลักไม่ได้มีการขนส่งอาหาร ก่อนจะขยายเพื่อหาผู้ให้บริการรายอื่นๆที่สนใจเป็นพันธมิตรเพิ่มเติมในอนาคต

แล้ว SCB จะได้อะไรจากเกมส์นี้บ้าง? ทั้งๆที่จะไม่เก็บค่าทำเนียมจากร้านอาหารเลย แล้วยังจ่ายเงินอย่างรวดเร็วาภายใน 1 ชม อีกด้วย เพราะขนาดผู้ให้บริการเจ้าตลาดอย่าง Grab FoodPanda และ Line Man ที่ทุกคนต่างบ่นว่าค่า GP สูงเหลือเกิน สูงเกินไปไหม ยังไม่ได้กำไรมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนการดำเนินการ ASAP Projcet มองว่าเหตุผลหลักๆน่าจะมีอยู่ด้วยกันดังนี้

  • Data is Gold เมื่อร้านค้าต่างๆ รวมถึง ผู้สั่งอาหาร เข้ามาอยู่บน Platform นี้ SCB จะสามารถเข้าถึงข้อมูลสถิติการใช้จ่าย Transaction ต่างๆ ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เพื่อที่ทางธนาคารจะได้มี Inside ในการทำ Cross Sales ต่อไป
  • เป็นช่องทางให้ร้านค้าต่างๆสามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ง่าย ในเมื่อเจ้าของร้านถือ Account ของ Robinhood อยู่ในมือซึ่งง่ายกว่าแน่ๆในการติดต่อกับทาง SCB แทนที่จะต้องเดินทางไปติดต่อกับธนาคารอื่นๆ ซึ่งทำให้ SCB สามารถสร้างโอกาสทางการขายได้มากขึ้น จริงๆ SCB ก็ทำมาแล้วกับการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ค้าบน Marketplace อย่าง "แม่มณีศรีออนไลน์" Lazada และ Shopee
  • Brand awareness ในช่วงที่ยากลำบากภายใต้สถานการ Covid-19 SCB ได้ก้าวมาเป็นผู้ปลดล็อกการเก็บ GP ที่ร้านค้าจำเป็นต้องจ่ายให้กับผู้บริการขนส่งเพราะกลายเป็นแหล่งรายได้เดียวที่เหลืออยู่ ซึ่งแน่่นอนว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์จะกลายเป็น ฮีโร่ ผู้มาช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และสร้างความรู้สึกดีๆให้กับลูกค้าได้

อย่างไรก็ตาม ASAP Project เชื่อว่านี่น่าจะเป็นเพียงก้าวแรกของทาง SCB ในอนาคตเราน่าจะมีโอกาสได้เห็น Digital Solution ที่จะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการใน area อื่นๆอย่างแน่นนอน

Credit: https://www.scb.co.th/th/about-us/news/jun-2563/scb-new-normal.html

Google Plus